
เกาะเชจู เป็นหนึ่งในจุดหมายของเกาหลีใต้ ที่นักท่องเที่ยวไทยไปกันมากที่สุด เพราะเดินทางไม่ยาก อาหารอร่อย และมีที่เที่ยวหลากหลายที่จัดเส้นทางได้ใน 3-5 วัน บทความนี้รวบรวมข้อมูลที่ต้องรู้ก่อนไป ทั้งช่วงเวลาที่ควรเดินทาง วิธีเดินทางภายในเมือง สถานที่ที่ห้ามพลาด เรื่องอาหาร งบประมาณ และเคล็ดลับที่ใช้ได้จริง เพื่อให้คุณวางแผนทริปเกาะเชจู ได้ครบจบในหน้าเดียว
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปเกาะเชจู
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเที่ยวเกาะเชจู คือ เมษายนถึงมิถุนายน และกันยายนถึงตุลาคม เหมาะเดินป่าและขับรถชมเกาะ การเลือกช่วงเวลาให้ตรงกับที่ต้องการจะช่วยให้ได้ทั้งอากาศดี คนไม่แน่นเกินไป และราคาที่พักไม่สูงจนเกินงบ ถ้าเลี่ยงช่วงเทศกาลใหญ่และวันหยุดยาวได้ จะได้ราคาดีกว่า และถ้าจองที่พักล่วงหน้า 2-3 เดือนจะยิ่งได้ตัวเลือกเยอะ
เดินทางไปและเที่ยวในเกาะเชจู อย่างไร
การเดินทางในเกาะเชจู ใช้ บินเข้าสนามบินเชจูแล้วเช่ารถสะดวกที่สุด รถบัสมีแต่รอบไม่ถี่ สำหรับคนที่ไปครั้งแรก แนะนำวางแผนเส้นทางเป็นกลุ่มตามย่าน เพื่อลดเวลาเดินทางระหว่างจุด และเก็บจุดที่ไปไกลไว้เป็นครึ่งวันหรือเต็มวันจะช่วยให้ทริปไม่เหนื่อยเกินไป
สถานที่ต้องไปในเกาะเชจู (6 แห่ง)
- ภูเขาฮัลลาซาน — เป็นจุดที่คนไปเกาะเชจู มักจัดไว้เป็นอันดับแรก ควรไปเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงคิว และเผื่อเวลาถ่ายรูปอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง
- น้ำตกชอนจียอน — จุดนี้ใช้เวลาประมาณครึ่งวัน เดินต่อจากจุดอื่นในย่านเดียวกันได้สบาย ถ้าอยากได้บรรยากาศเงียบ ๆ ให้ไปวันธรรมดา
- ถ้ำลาวาแมนจางกุล — เหมาะกับคนชอบวิวและบรรยากาศ ถ่ายรูปช่วงเย็นแสงจะสวยที่สุด และมีร้านกาแฟรอบ ๆ ให้พักได้
- ชายหาดฮยอปแจ — ที่นี่เป็นทั้งจุดเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์และที่พักผ่อน แนะนำอ่านข้อมูลสั้น ๆ ก่อนไปจะช่วยให้เข้าใจมากขึ้น
- เส้นทางเดินโอลเล 7 — ถ้าชอบของกินและของฝาก จุดนี้ตอบโจทย์ เพราะมีทั้งร้านค้าและร้านอาหารท้องถิ่นในระยะเดินถึง
- หมู่บ้านซองอึบ — ควรตรวจเวลาเปิด-ปิดก่อนไป เพราะบางวันปิดเร็ว และควรเผื่อเวลาเดินทางจากใจกลางเมือง
อาหารที่ต้องลอง
อาหารเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้หลายคนกลับไปเกาะเชจู อีกครั้ง เมนูที่ควรลองคือ หมูดำย่าง · ส้มแมนดาริน · อาหารทะเลสด ลองกินทั้งร้านดังและร้านเล็กในตลาดท้องถิ่น จะได้ทั้งรสชาติแบบดั้งเดิมและราคาที่สบายกระเป๋า หลายร้านรับเงินสดเท่านั้น จึงควรพกเงินสดติดตัวไว้บ้าง
งบประมาณเที่ยวเกาะเชจู
โดยประมาณ ที่พัก 1,000-3,000 บาทต่อคืน อาหาร 350-700 บาทต่อวัน ค่ารถเช่า 1,100-1,900 บาทต่อวัน ตัวเลขนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและระดับที่พัก ถ้าต้องการลดค่าใช้จ่าย ให้เลือกพักย่านที่เดินทางสะดวกแต่ไม่ใช่ย่านท่องเที่ยวหลัก กินอาหารท้องถิ่น และใช้ตั๋วโดยสารแบบรายวันหรือรายสัปดาห์
ตัวอย่างแผนเที่ยวเกาะเชจู 3 วัน
- วันที่ 1: เริ่มจาก ภูเขาฮัลลาซาน ช่วงเช้า พักกลางวันแถว ๆ นั้น แล้วไปต่อที่ ถ้ำลาวาแมนจางกุล ช่วงบ่าย ปิดท้ายด้วยมื้อเย็นในย่านใกล้เคียง
- วันที่ 2: เริ่มจาก น้ำตกชอนจียอน ช่วงเช้า พักกลางวันแถว ๆ นั้น แล้วไปต่อที่ ชายหาดฮยอปแจ ช่วงบ่าย ปิดท้ายด้วยมื้อเย็นในย่านใกล้เคียง
- วันที่ 3: เริ่มจาก ถ้ำลาวาแมนจางกุล ช่วงเช้า พักกลางวันแถว ๆ นั้น แล้วไปต่อที่ เส้นทางเดินโอลเล 7 ช่วงบ่าย ปิดท้ายด้วยมื้อเย็นในย่านใกล้เคียง
เคล็ดลับก่อนไปเกาะเชจู
- เส้นทางโอลเลมีหลายช่วง เลือกช่วงที่ตรงกับที่พัก
- จองรถเช่าล่วงหน้าเพราะช่วงไฮซีซั่นหมดเร็ว
- เตรียมรองเท้าเดินป่าสำหรับฮัลลาซาน
คำถามที่พบบ่อย
เกาะเชจู เหมาะกับทริปกี่วัน?
ถ้าเป็นครั้งแรก 3-5 วันกำลังดี เพราะได้เห็นจุดหลักและยังไม่เหนื่อยเกินไป ถ้ามีเวลา 7 วันขึ้นไปจะได้เที่ยวเมืองข้างเคียงเพิ่ม
ไปเกาะเชจู ต้องใช้เงินสดเท่าไหร่?
ควรเตรียมเงินสดไว้ใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ และร้านที่ยังไม่รับบัตร ส่วนที่เหลือใช้บัตรได้ตามปกติ
จะเริ่มวางแผนอย่างไรดี?
เริ่มจากเลือกช่วงเวลาเดินทาง จองที่พักย่านที่เดินทางสะดวก แล้วค่อยจัดสถานที่ตามย่าน จากนั้นเผื่อเวลาเดินทางและเวลาพักให้เพียงพอ
พักย่านไหนดีในเกาะเชจู
การเลือกย่านที่พักมีผลกับทริปมากกว่าที่คิด ถ้าพักใกล้สถานีรถไฟหรือป้ายรถเมล์หลัก คุณจะประหยัดเวลาเดินทางได้วันละหนึ่งถึงสองชั่วโมง ย่านใจกลางที่คึกคักเหมาะกับคนชอบเดินเที่ยวกลางคืนและหาร้านอาหารง่าย ส่วนย่านชานเมืองที่เงียบกว่าจะได้ห้องใหญ่กว่าในราคาเท่ากัน แต่ต้องแลกกับเวลาเดินทาง
อีกวิธีที่ได้ผลคือเลือกที่พักสองแห่งในทริปเดียว เช่น พักย่านใจกลางสองคืนแรกเพื่อเที่ยวจุดหลัก แล้วย้ายไปพักใกล้ธรรมชาติหรือเมืองข้างเคียงในคืนหลัง วิธีนี้ช่วยลดเวลานั่งรถข้ามเมืองและได้บรรยากาศที่หลากหลายกว่า อย่าลืมเช็กว่ารับฝากกระเป๋าก่อนเวลาเช็กอินได้หรือไม่ เพราะจะช่วยให้วันแรกของทริปไม่เสียเวลา
มารยาทและความปลอดภัย
เรื่องที่ควรระวังในเกาะเชจู มีไม่มาก แต่ควรรู้ไว้ก่อนไป อย่าวางกระเป๋าไว้ด้านนอกหรือห่างตัวในที่คนเยอะ ระวังการ์ดและเงินสดในรถไฟใต้ดินช่วงชั่วโมงเร่งด่วน และควรเก็บสำเนาหนังสือเดินทางไว้คนละที่กับตัวจริง ถ้าซื้อประกันการเดินทางควรตรวจว่าครอบคลุมกิจกรรมที่จะทำ เช่น ดำน้ำหรือปีนเขา
ด้านมารยาท สังเกตคนรอบข้างและทำตามความเหมาะสม เช่น ในศาสนสถานควรแต่งกายมิดชิดและพูดเบา ๆ อย่าถ่ายรูปคนอื่นโดยไม่ขออนุญาต และถ้าต้องใช้บริการสาธารณะ ควรต่อแถวให้เป็นระเบียบ การกล่าวคำทักทายหรือขอบคุณสั้น ๆ เป็นภาษาท้องถิ่นจะช่วยให้การพูดคุยราบรื่นขึ้นมาก
ของฝากและที่ช้อปปิ้งในเกาะเชจู
ถ้าอยากได้ของฝากที่ใช้ได้จริงและราคาไม่แรง ให้ซื้อของกินหรือของใช้ในตลาดท้องถิ่นมากกว่าของที่ระลึกตามจุดท่องเที่ยว เพราะราคาต่างกันได้หลายเท่า ควรเทียบราคาสองถึงสามร้านก่อนซื้อ และขอใบเสร็จถ้าซื้อของมีค่า ถ้าซื้อของที่ต้องใช้ไฟฟ้า อย่าลืมเช็กปลั๊กและแรงดันไฟให้ตรงกับประเทศไทยด้วย
ถ้ามีเวลา 5 วันในเกาะเชจู
- วันที่ 1: เดินย่านใจกลาง ทำความรู้จักเมือง และกินอาหารท้องถิ่น (ชายหาดฮยอปแจ)
- วันที่ 2: เที่ยวสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม (เส้นทางเดินโอลเล 7)
- วันที่ 3: ไปจุดธรรมชาติหรือเมืองข้างเคียงแบบเต็มวัน (ชายหาดฮยอปแจ)
- วันที่ 4: ตลาดท้องถิ่น ช้อปปิ้ง และร้านกาแฟที่ขึ้นชื่อ (หมู่บ้านซองอึบ)
- วันที่ 5: เก็บจุดที่ยังไม่ได้ไป เลือกมื้อกลางวันดี ๆ แล้วเตรียมตัวกลับ (เส้นทางเดินโอลเล 7)
ถ้ามีเวลามากขึ้น ลองรวมเกาะเชจู เข้ากับเมืองใกล้เคียงในเกาหลีใต้ เป็นแผน 7-10 วัน จะได้ทั้งเมืองใหญ่และเมืองเล็กที่บรรยากาศต่างกัน และมักประหยัดค่าเดินทางต่อวันได้มากกว่าการเที่ยวที่เดียวทั้งทริป
ไปเกาะเชจู เดือนไหนคนน้อยที่สุด?
ช่วงต้นและปลายฤดูกาลท่องเที่ยวมักคนน้อยกว่าและราคาที่พักดีกว่า แต่ควรตรวจสภาพอากาศและเวลาเปิด-ปิดของสถานที่ก่อนจองตั๋ว
เที่ยวเกาะเชจู คนเดียวลำบากไหม?
ทำได้ไม่ยากเลย ควรเลือกที่พักที่ทำเลปลอดภัย กลับห้องก่อนดึก และแจ้งคนรู้จักเรื่องแผนเดินทางไว้จะช่วยให้สบายใจขึ้น
สุดท้าย หากไม่อยากเริ่มคิดเส้นทางเอง แพลนสำเร็จรูปของ Plan a Trip จัดตารางรายวันไว้แล้ว พร้อมเส้นทางและงบประมาณ ปรับแก้ได้ตามสไตล์ของคุณ ดูรายละเอียดได้ที่หน้าสินค้าของเรา